Nithi's profileNithiPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
11/4/2008 (อุบัติ)เหตุเกิด ณ แบร์ลินเว้นว่างไปเสียนานสำหรับกิจกรรมของ สนทย. (ถ้าไม่นับเลือกตั้งที่ไฮเดิลแบร์กเมื่อเดือนมิถุนาที่ผ่านมา) คราวนี้ สนทย. ก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนไทยในเยอรมันมาร่วมสนุกกันอีกรอบ นั่นคืองาน Berlin 2 in 1 นั่นเอง ที่ชื่อ 2 in 1 ก็เพราะว่างานครั้งนี้มีทั้งความสนุกสนานและสาระในงานเดียวกันนั่นเอง ท่าทางบล็อกนี้จะเป็นบล็อกที่ยาวอีกบล็อกหนึ่งนะครับ ถ้ากลัวอ่านไม่ไหว แนะนำให้ปริ๊นท์ออกมาอ่านครับ ส่วนทำไมต้องชื่อ (อุบัติ)เหตุ เดี๋ยวคงอ่านเจอเองนะครับ ถ้าเจอแล้วอยากหัวเราะ(เยาะ) ก็เชิญตามสบายเลยครับ นึกย้อนไปเมื่อปลายเดือนมิถุนา ครั้งนั้นเป็นการประชุมครั้งแรกของเหล่ากรรมการ สนทย. ชุดใหม่ ที่เมืองเกิททิงเง่น มีพี่เดียร์ ณ แบร์ลิน เป็นนายกสมาคมฯ พี่เดียร์ก็เสนอมาว่าอยากจะจัดงานกีฬาและวิชาการ ในช่วงที่แกดำรงตำแหน่ง คุยไปคุยมาก็ได้ข้อสรุปว่า เราจะรวมทั้งสองอย่างนี้ไว้ในงานเดียว ซึ่งจะจัดกันในช่วงเปิดเทอมฤดูหนาว ภายในงานก็จะมีการเล่นกีฬาฟุตบอล บาสเก็ตบอล กิจกรรมสันทนาการ และปิดท้ายด้วยงานเสวนาวิชาการ หัวข้อที่จะเสวนาก็จะเปิดให้คนภายนอกโหวตเลือก จากที่เสนอกันในที่ประชุมคณะกรรมการ ประชุมกันครั้งต่อๆ มาผ่านอินเตอร์เน็ตทางโปรแกรม Teamspeak ก็ได้ความคืบหน้าเรื่องสถานที่ วันจัดงาน โปรแกรมงาน หัวข้อเสวนา ฯลฯ พวกเราก็ได้ข้อสรุปว่า จะมีกิจกรรม... (รออ่านย่อหน้าถัดไปดีกว่าครับ) และการเสวนา ให้เลือกเข้าร่วมระหว่างหัวข้อ "เปรียบเทียบการปกครอง ไทย-เยอรมัน" กับ "การเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาในเยอรมนี" (รายละเอียดเพิ่มเติม ไว้อธิบายทีหลังนะครับ) ฝ่ายวิชาการอย่างผมก็รับหัวข้อหลังมาช่วยเตรียม ระหว่างนี้ก็หาข้อมูลไปเรื่อยๆ เห็นวารสารแจกฟรีตามคณะที่มีบทสัมภาษณ์ บทวิเคราะห์ ฯลฯ ก็หยิบมาดู รวบรวม คุยกับพี่กริด (มึนเช่น) ซึ่งช่วยเตรียมหัวข้อนี้ด้วย จนกระทั่งสอบปากเปล่าเสร็จไปอีกตัวหนึ่ง ก็เหลือเวลาราวๆ หนึ่งสัปดาห์พอดีก่อนที่จะมีงาน ผมก็เอาทุกอย่างที่รวมรวมไว้มาเรียบเรียง เตรียม PowerPoint จริงๆ จังๆ อีกที จนมาถึงคืนวันพฤหัส ผม และพี่ๆ จากทางใต้ของเยอรมันอีก 5 คน ก็ขึ้นรถนอน City Night Line มาด้วยกันในตู้นอนสำหรับ 6 คน มาถึงแบร์ลินก็เช้าวันศุกร์ (อย่าเพิ่งตกใจ นึกว่าผมโดดเรียนนะครับ ผมไม่มีเรียนวันศุกร์อยู่แล้ว ตกเย็น พวกเราก็ไปรวมตัวกันที่บ้านอาต้อม ผู้ดูแลนักเรียนไทยที่นี่ ซึ่งก็มีกรรมการสมาคมคนอื่นๆ มาถึงบ้างแล้ว อาต้อมก็ทำอาหารเย็นเลี้ยงพวกเรา ก่อนที่พวกเราจะคุยเตรียมงานในวันรุ่งขึ้น เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ออกไปซื้อน้ำสำหรับเลี้ยงผู้เข้าร่วมงาน (อันนี้ดูจะเป็นรายการที่โหดหน่อย พวกเราไปถือน้ำกันคนละ 12 ขวด ขวดละลิตรครึ่ง เดินกันร่วม 700 เมตร เพื่อที่จะเอาน้ำไปเก็บบ้านพี่เป๊ก ซึ่งอยู่ใกล้ที่ที่จะจัดกิจกรรมในวันรุ่งขึ้น) ฯลฯ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปนอน ผม พี่อ๊อก พี่เล็ก ก็ไปนอนกันที่บ้านพี่เป๊กซ์ พี่ของพี่ปุ๊ก เช้าวันเสาร์ พวกเราก็กลับมารวมตัวกันที่บ้านอาต้อมอีกครั้ง เพื่อที่จะประชุมแบ่งงาน คราวนี้อาต้อมเลี้ยงข้าวต้มปลาพวกเรา ทำเอาอิ่มกันเลยทีเดียว ก่อนที่พวกเราแบ่งกลุ่มไปเตรียมงานกันต่อ ส่วนหนึ่งก็แวะไปซื้อขนม อีกส่วนหนึ่งก็ทยอยขนของไปที่ Jugendherberge ที่ Wannsee อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแบร์ลิน ไปตั้งโต๊ะลงทะเบียน ขายเสื้อสมาคม หลังจากนั้นสักพักถึงมีคนทยอยเข้ามาร่วมงาน กินข้าวกลางวัน ก่อนที่พวกเราจะมารวมตัวกันบริเวณโถงของ Jugendherberge (ก็อยู่กันแถวนั้นอยู่แล้วนี่หว่า) กันตอนใกล้บ่ายโมง คราวนี้ พี่เจ เจ้าแม่สันทนาการของพวกเราก็มานำกิจกรรม Walk Rally ที่พวกเราจะมาเล่นกันในช่วงบ่ายวันนี้ ผมไปอยู่กลุ่มของพี่ที พี่เอิร์ท พี่บัสจากบราวน์ชไวก์ และ พี่โอ๋จากแบร์ลิน กติกาก็มีอยู่ว่า มีสถานที่กำหนดให้ 12 ที่ จะต้องไปถ่ายรูปหมู่ที่สถานที่ที่กำหนดให้ให้ครบทุกที่ โดยใน 4 จาก 12 ที่จะมีฐานกิจกรรมให้ไปเล่นด้วย นอกจากนี้จะต้องถ่ายรูปกับหมี 5 ตัว ในแบร์ลิน ถ่ายรูปกิจกรรมเปิดหมวกให้ได้มากที่สุด และถ่ายรูปกับสัญญาณไฟเขียว-ไฟแดงรูปคนข้ามถนนมาอย่างละรูป (ของแบร์ลินจะเป็นรูปที่ไม่เหมือนใคร) เสร็จแล้วก็จะต้องไปรวมตัวกันที่ป้าย S-Bahn Messe Süd ภายใน 4 โมงเย็น หลังจากพี่เจบอกให้พวกเราเริ่มเล่นได้แล้ว กลุ่มผมก็เดินทางไปที่ Gedächtniskirche ก่อน ซึ่งที่นั่นก็ีมีกิจกรรมฐานให้กินขนม Berliner (เป็นขนมปังคล้ายๆ แป้งโดนัท สอดไส้ครีมรสผลไม้สักอย่าง) สองชิ้น ภายในเวลา 30 วินาที มีน้ำเป็นตัวช่วย ก่อนที่พวกเราจะเดินทางไปด้วยรถเมล์สาย 100 กันต่อ เพื่อไปถ่ายรูป Siegessäule และไปทำกิจกรรมฐานอีกหนึ่งที่บริเวณอาคารรัฐสภา (Reichstag) คราวนี้เจอเกมฮาๆ อีกเกมหนึ่งครับ ให้เวลา 3 นาที ไปหาคนญี่ปุ่นให้เขียนและบอกวิธีอ่านคำบอกรักเป็นภาษาญี่ปุ่น (และมีคนกลุ่มอื่นไปหาเจอด้วย!) แต่กลุ่มผมกลับหากันไม่เจอซะงั้น หลังจากนั้น พวกเราก็ไปถ่ายรูปกันที่ Brandenburger Tor และ Holocaust Mahnmal ก่อนที่จะเดินไปทำกิจกรรมฐานกันต่อที่ Gendarmenmarkt คราวนี้เป็นเกมให้วิ่งผลัด จากฝั่งหนึ่งเพื่อไปรับขวดน้ำจากกรรมการที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง และส่งขวดน้ำต่อกลับมาที่กรรมการที่อยู่ทีุ่จุดเริ่มต้น และแล้ว เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อพี่บัสวิ่งเอาขวดน้ำมาให้ ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งเดินผ่านมาบริเวณพวกเรา ทำให้ผมต้องหลบเส้นทางวิ่งปกติ และวิ่งกลับเข้าเส้นทางเดิม สงสัยจะเพราะสะดุดก้อนหิน หรือเสียการทรงตัวจากการเลี้ยว ผมก็หกขะล้มลงไปกองกับพื้น!!! ทำเอาพี่ๆ ร่วมทีมตกใจ วิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พบว่าอุ้งมือข้างซ้ายเป็นแผล ข้อมือข้างซ้ายก็ถูกนาฬิกาข้อมือข่วน รู้สึกแสบๆ ตรงเข่าขวา (ทั้งๆ ที่กางเกงยีนไม่ขาด) ก็เลยถลกกางเกงออกมาดู ก็พบว่า... มีแผลเช่นกัน มาอีกที พี่ปุ๊กก็มาพูดให้เจ็บใจเล่นว่า ไม่ต้องรีบวิ่งก็ได้ เพิ่งใช้เวลาไปแค่ครึ่งนาที จากที่ให้ไว้หนึ่งนาทีเท่านั้นเอง ด้วยความที่ยังอยากเที่ยว พวกเราจึงตัดสินใจไปเดินถ่ายรูปบริเวณ Alexanderplatz กันต่อ ก่อนที่จะขึ้นรถ S-Bahn ไปลงที่ Messe Süd ก็ไปทำแผลกันที่นั่น ก่อนที่พวกเราจะเคลื่อนทัพไปยังสนามกีฬาของ TU (Technische Universität) ฺำBerlin ซึ่งก็อย่างที่ว่าไว้ ห่างจากตัวสถานีราวๆ 700 เมตรเห็นจะได้ ไปถึงพวกเราก็ไปนั่งรอสักพัก ก่อนที่จะได้เข้าไปใช้พื้นที่ในโรงกีฬา ช่วงแรกก็เป็นการเล่นกีฬา มีให้เลือกระหว่างฟุตบอลกับสตรีทบาส สำหรับผมซึ่งบาดเจ็บไปแล้วก็เลยต้องเลือกเป็นกองเชียร์ เล่นกีฬากันเสร็จ ก็ออกไปกินข้าวเย็นกัน มื้อนี้เป็นข้าวผัดกระเพรา ได้รับการสนับสนุนจากร้านดาว (อยู่แุุถวๆ Savignyplatz เหมือนร้านติ่มซำวันนั้น) ก่อนที่พวกเราจะกลับมารวมตัวกันประกาศผลแรลลี่ และเล่นเกมกีฬาสีกันต่อ ปรากฎว่าทีมที่ชนะไปได้นั้น ก็เพราะเห็นหมีหลายตัว ได้รูปหมีมาเยอะกว่ากลุ่มอื่นนั่นเอง (ถ้าไม่นับทีมที่ได้ที่สอง ทีมผมนั่นแหละ พลาดไปนิดนึงตรงที่ลืมอ่านคำสั่งให้ถ่ายรูปหมู่ "ที่มีทุกคนอยู่ในรูป" เกมกีฬาสีที่เล่นกันเป็นเกมแรกก็คือเกมต่อของ กติกาก็คือให้ทุกคนเอาของที่มีอยู่ในตัวมาต่อกันให้ได้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคราวนี้สีฟ้าที่ผมอยู่ก็เป็นผู้ชนะ แต่จะเรียกว่าเป็นความซวยซ้ำซากของผมก็คงใช่ ด้วยความที่ลืมไปว่าเชือกรองเท้ามันแตกปลาย ก็รีบดึงเอาเชือกรองเท้าออกมาต่อกับของชิ้นอื่นๆ คราวนี้พอจะร้อยเชือกรองเท้ากลับ ก็เลยสำนึกขึ้นมาได้ ว่าร้อยเชือกกลับไปไม่ได้แล้ว สำหรับกิจกรรมภาคกลางคืนก็เป็นการมานั่งคุยเล่นกันในห้องสัมมนาของ Jugendherberge คราวนี้มีสปอนเซอร์ข้าวต้มจากอาต้อม ก็เริ่มด้วยการแนะนำตัวผู้ร่วมงานกันอีกครั้ง ส่วนผมกับพี่กริดก็แยกตัวไปเตรียมตัวงานนำเสนอสำหรับวันรุ่งขึ้น โดยมีพี่เดียร์มาช่วยดูด้วย พอเตรียมไปได้สักพักก็มาคุยเล่นกับคนอื่นๆ ที่ยังนั่งกันอยู่ มีการเอากีตาร์มาเล่น ร้องเพลงกันสนุกๆ ด้วย ก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันกลับไปนอน... คืนนั้นนอนตีสองครับ กว่าจะเคลียร์ของ และเตรียมตัวงานเสวนากันต่อจนเสร็จ มาถึงเช้าวันอาทิตย์ ก็เป็นการเสวนาวิชาการ มีให้เลือกสองหัวข้อตามที่ได้บอกไว้ พี่เติบเป็นคนดูแลห้องปกครอง... หมายถึงห้องที่เสวนาหัวข้อการปกครอง มีพี่จากสถานทูตแบร์ลินกรุณามาเป็นวิทยากรให้ด้วย ส่วนห้องศึกษา... ก็ห้องที่ผมกับพี่กริดดูแลนี่ละครับ ก็มีผมกับพี่กริดเป็นคนดำเนินกิจกรรม ก็จะเล่าให้ฟังว่าที่ผ่านมา ประเทศเยอรมนีมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการศึกษาใน 2 ประเด็นใหญ่ๆ ก็คือ เรื่องของการเปลี่ยนระบบจากปริญญาตรีควบโท (Diplom หรือ Magister) ไปเป็น Bachelor และ Master และการเริ่มเก็บค่าเล่าเรียน (Studiengebühr) ในบางรัฐ (เพิ่มเติมจากที่เคยเก็บค่าลงทะเบียนเรียนมานานแล้ว) มาที่หัวข้อแรก ก็มีผม พี่กริด ได้เล่าประสบการณ์ตรงจาก Universität และ พี่เชอรี่ กับ พี่โอ๋ (เดรสเดน) ก็มาเล่าประสบการณ์จาก Fachhochschule นอกจากนี้พวกเราก็ได้พูดคุยเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของการเปลี่ยนแปลง (Bologna Process) ข้อดี-ข้อเสียต่างๆ ของการเรียนทั้งสองระบบ และกระแสตอบรับจากตลาดแรงงาน ก่อนที่พวกเราจะพักกินของว่าง และกลับมาคุยกันต่อในหัวข้อ Studiengebühr พวกเราก็มาคุยกันว่าที่มาของการเก็บ Studiengebühr มาจากไหน มีรัฐไหนเริ่มเก็บไปแล้วบ้าง รัฐที่เก็บไปแล้วเอาค่าเล่าเรียนไปทำอะไร และกรณีที่น่าสนใจมากกรณีหนึ่งคือรัฐ Hessen ซึ่งเคยเก็บค่าเล่าเรียนไปแล้วปีหนึ่ง แล้วตัดสินใจยกเลิกเก็บค่าเล่าเรียนในปีถัดมา พอคุยในกลุ่มใหญ่กันเสร็จแล้ว ก็เป็นการแบ่งกลุ่มคุยกันในกลุ่มเล็กๆ ต่อ ในทั้งสองหัวข้อ ก่อนที่พวกเราจะกลับมาสรุปผลการคุยกลุ่มย่อยกันอีกครั้ง ซึ่งตัวผมเองก็พอใจกับการเสวนาในครั้งนี้มาก ไม่มีใครง่วงเหงาหาวนอนให้ดูระหว่างเสวนา มีพี่กริดมาช่วยทำให้บรรยากาศสนุกสนานมากขึ้น และเท่าที่ดูทุกคนก็ช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันจริงๆ ตอนคุยกลุ่มใหญ่ตอนท้าย ก็มีส่วนร่วมกันจริงๆ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จดีทีเดียวครับ หลังจากนั้น พวกเราก็มารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อปิดงาน Berlin 2 in 1 ครั้งนี้ ก็มีแนะนำกรรมการสมาคมอีกรอบหนึ่ง จากนั้นก็มีรูป คลิปวีดิโอฮาๆ มาให้ทุกคนได้ชมกันอีกครั้ง และการมอบรางวัลสำหรับทีมที่ชนะการแข่งฟุตบอลในวันที่ผ่านมา ก่อนที่พวกเราจะรวมตัวกันถ่ายรูปหมู่รูปสุดท้าย กินข้าวกลางวันเป็นข้าวคลุกกะปิจากร้านดาวอีกครั้ง และแยกย้ายกันเก็บของกลับบ้าน ผมก็ออกจาก Jugendherberge มาพร้อมๆ กับคนอื่นๆ จากทางใต้ ไปรอขึ้นรถไฟกันที่ Berlin Hauptbahnhof ขึ้นรถไฟกันตอนราวๆ บ่ายสามครึ่ง มีพี่หมิง พี่เชอรี่ พี่นูน พี่ส้ม พี่แอ๋ว มาร่วมเดินทางในครั้งนี้ ระหว่างเดินทางกลับพวกเราก็นั่งคุยกัน เล่นไ...กัน ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพอใจกับงานครั้งนี้มาก ได้รู้จักคนหน้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น กลับมาถึงบ้านราวๆ สามทุ่ม ก็เก็บของและเข้านอนด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนที่จะตื่นนอนมาเรียนตอนเก้าโมงเช้่าในวันถัดไป ก็นับว่าเป็นการจัดงานที่ประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งของ สนทย. หลังจากที่ห่างหายกันไปนาน มีคนเข้าร่วมราวๆ 50-60 คน ซึ่งก็อบอุ่นกำลังดี คราวนี้ไม่ได้มีแต่คนหน้าเดิมๆ แต่ยังมีคนกลุ่มใหม่ๆ มาร่วมด้วย ทำให้รู้จักคนเพิ่มขึ้นอีกมาก เชื่อว่าทุกคนจะได้ความประทับใจกลับไปบ้านโดยถ้วนหน้ากันครับ ใครอยากดูรูป ดูเรื่องเล่าอื่นๆ ก็เข้าไปดูได้ที่ www.thaistudents.de ครับ สำหรับงานนี้ ก็ต้องขอขอบคุณ อาต้อม สำหรับอาหารอร่อยๆ สำหรับที่ประชุมกรรมการสมาคมฯ รอบพิเศษครับ พี่เดียร์ นายกสมาคมฯ ผู้ริเริ่มจัดงานครั้งนี้ ช่วยผมดู PowerPoint สำหรับงานเสวนาวิชาการ และช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ อีกจำนวนมาก พี่เจ เจ้าแม่สันทนาการ ช่วยจองตั๋วรถไฟนอนไปแบร์ลิน และคิดกิจกรรมสนุกๆ ให้พวกเราได้เล่นกัน พี่ภัส พี่เจ ช่วยนำเที่ยวพอตสดัม พี่กริด ช่วยเตรียมงานเสวนาวิชาการ พี่หมิง ช่วยจองตั๋วรถไฟขากลับ ทำคลิป YouTube ดีๆ สำหรับโฆษณากิจกรรมครั้งนี้ พี่อุ๋ม พี่เจ ร่วมถ่ายทำคลิปวีดิโอ พี่อ๊อก พี่เล็ก ได้ข่าวว่าเดินซื้ออาหาร ขนม น้ำ กันหลายรอบนะครับ พี่เชอรี่ พี่โอ๋ (เดรสเดน) มาช่วยให้สัมภาษณ์ระหว่างเสวนาวิชาการ พี่นูน พี่เล็ก ช่วยรวบรวมรูป คลิปวีดิโอมาให้พวกเราได้ดูกัน พี่ที พี่เอิร์ท พี่บัส พี่โอ๋ (แบร์ลิน) มาร่วมชะตากรรมเล่นแรลลี่ด้วยกัน พี่เป๊ก พี่... (โทษทีครับจำชื่อไม่ได้) สำหรับกิจกรรมฐานกิน Berliner พี่เนตร พี่อีกสองคน สำหรับกิจกรรมฐานหาคำบอกรักภาษาญี่ปุ่น พี่ปุ๊ก พี่เติบ พี่เป๊กซ์ สำหรับกิจกรรมฐานวิ่งผลัด พี่เล็ก พี่ดรีม พี่... กิจกรรมอีกฐานนึง ที่ผมไม่ได้เข้าไปเล่น พี่เป๊กซ์ เอื้อเฟื้อที่พักให้คืนวันศุกร์ ช่วยหาอุปกรณ์ทำแผล พี่ดาว สำหรับอาหารอร่อยๆ ในราคากันเอง พี่ลลิล ช่วยสนับสนุนกิจกรรมสมาคมครั้งนี้ มาร่วมเล่นเกมกับพวกเราด้วย ทุกๆ คน ที่เป็นกำลังใจให้การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ทุกๆ คน ที่มาร่วมกิจกรรมของสมาคมครั้งนี้ ทุกๆ คน ที่ช่วยสนับสนุนสินค้าสมาคม (ช่วยซื้อเสื้อสมาคมนั่นเอง และอีกหลายๆ คน ที่ผมไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ ดีใจที่ได้เจอ ได้รู้จักทุกคนในงานนี้ครับ ป.ล. ถึงคนที่โดนผมถามเรื่องชื่อวังในพอตสดัม (ถ้าบังเอิญเข้ามาอ่าน) ตกลงผมไปหาเจอแล้วนะครับ วังชื่อ Cecilienhof เป็นที่ที่ผู้นำอังกฤษ อเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย มาประชุมกันสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สองว่าจะจัดการอย่างไรดีกับพื้นที่ของเยอรมันและที่ถูกนาซียึดครอง |
|
|